ชลธิชา พันธ์ทองหล่อ
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
อาหารภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาหารภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาหารอีสานจะเน้นไปทางรสชาติที่รสจัด เช่น ส้มตำปูปลาร้า ชาวบ้านหาอาหารจากแหล่งอาหารธรรมชาติเท่าที่จำเป็นที่จะบริโภค เช่น การหาปลาจากแม่น้ำ ไม่จำเป็นต้องจับปลามาขังทรมานไว้ และหากวันใดจับปลาได้มากก็แปรรูปเป็นปลาร้าหรือปลาแห้ง- Home
- Food Cookbook
- อาหารภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แจ่วบอง
23 มกราคม พ.ศ. 2556
แจ่วบอง เป็นเครื่องจิ้ม ที่มีรสชาติเข้มข้น และแห้งกว่าแจ่วธรรมดา เพื่อให้เก็บไว้กินได้นาน โดยการเผาเครื่องปรุงให้สุก รับประทานกับผักตามหนองน้ำ เถียงไร่ เถียงนา เช่น ผักบุ้ง ผักแว่น ผักตับเต่า เป็นต้น
ส้มตำไทย
23 มกราคม พ.ศ. 2556
เป็นอาหารว่างของชาวภาคกลาง ที่มีพื้นเพมาจากภาคอีสาน รสชาติของส้มตำไทย จะไม่ออกรสเค็มเหมือนส้มตำปูปลาร้า แต่จะออกรสหวาน เปรี้ยว เค็ม 3 รส
ส้มตำปู
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ตำ เป็นอาหารที่ปรุงจากผัก หรือผลไม้ โดยโขลกพริกและกระเทียม แล้วใส่เครื่องที่จะตำคือ มะละกอ ซึ่งนำไปสับเป็นเส้น ๆ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลาร้า สำหรับตำปู จะใช้ปูเค็ม แกะเป็นชิ้น ๆ ตำพร้อมมะละกอ เวลาปรุงรสเค็มควรชิมก่อน
แจ่วฮ้อน
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ลักษณะการรับประทานคล้ายสุกี้ยากี้ บางคนเรียกแจ่วฮ้อนว่า สุกี้อีสาน เครื่องปรุงจะมีเนื้อหมู พร้อมเครื่องใน (หรือเนื้อวัวก็ได้) หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ พอดีคำ หมักด้วยซีอิ้วขาว พริกไทยป่น ไข่ไก่ สำหรับน้ำซุปกระดูกหมู จะใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด เกลือ น้ำปลา พอเดือดใส่ใบโหระพา เวลารับประทานนำเนื้อหมูที่หมักไว้ ลวกลงในน้ำซุป จากนั้นจิ้มกับน้ำจิ้ม ซึ่งปรุงมาจากพริกป่น ข้าวคั่วป่น น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก โรยต้นหอมหั่นฝอย สำหรับผักที่ใช้รับประทานคู่กัน ได้แก่ ผักบุ้งจีน ผักกาดขาว ขึ้นฉ่าย อาจมีวุ้นเส้นด้วยก็ได้
น้ำตกหมู
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ใช้เนื้อหมูติดมัน นำไปย่างไฟ พอให้สุก (มีน้ำไหลออกจากเนื้อบ้าง) หั่นพอดีคำ ปรุงรสด้วยพริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดงซอย น้ำปลา น้ำมะนาว ชิมรส ก่อนรับประทานโรยด้วยต้นหอมซอย ใบสะระแหน่
ตับหวานหมู
23 มกราคม พ.ศ. 2556
วิธีทำเหมือนน้ำตกหมู เพียงแต่เปลี่ยนเนื้อหมู เป็นตับหมู โดยแล่เป็นชิ้นหนาประมาณฝ่ามือ นำไปย่างพอสุก แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ พอดีคำ ปรุงรสเช่นเดียวกับน้ำตกหมู
ไก่ย่าง
23 มกราคม พ.ศ. 2556
นำไก่สับเป็นชิ้นหนาขนาดฝ่ามือ แล้วนำไปคลุกกับเครื่องที่โขลกคือ กระเทียม ตะไคร้ เกลือป่น ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ้วขาว พริกไทย หมักทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที นำไปย่างบนเตาถ่านให้สุก ควรใช้ไฟอ่อน ๆ ในการย่าง เพราะจะทำให้เนื้อไก่ไม่ไหม้ก่อนสุก และเนื้อไก่นุ่มด้วย รับประทานกับน้ำจิ้ม ที่ทำจากพริกป่น กระเทียม น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาว
ไส้กรอกอีสาน
23 มกราคม พ.ศ. 2556
เป็นอาหารหมัก มีรสเปรี้ยว ทำจากเนื้อหมูบด ผสมข้าวเหนียวนึ่ง (แช่น้ำ) คลุกเคล้าด้วยพริกไทย กระเทียม รากผักชีที่โขลกละเอียด นวดให้เข้ากัน ยัดใส่ในไส้หมู มัดเป็นปล้อง ๆ ตามขนาดที่ต้องการ นำไปตากแดด 1 วัน (แดดจัด) เวลาจะรับประทานนำไปทอด หรือย่าง รับประทานกับขิงซอย พริกขี้หนูสด
ซุปหน่อไม้
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ทำจากผัก นำมาต้มหรือเผาไฟ แล้วทำซุปโดยใส่เครื่องปรุง ได้แก่ งา ข้าวคั่ว ผักที่มีกลิ่นหอม เช่น ใบสะระแหน่ รับประทานกับผัก สำหรับซุปหน่อไม้ ใช้หน่อไม้สดไผ่รวก นำไปเผาไฟแล้วขูดเป็นเส้น ๆ หรือใช้หน่อไม้ดองที่ไสเป็นเส้นยาว ๆ ต้มกับน้ำใบย่านางพอสุก (สังเกตจากน้ำใบย่านางเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีคล้ำ) ตักหน่อไม้ใส่ครก เติมพริกป่น ข้าวคั่ว งาขาว น้ำปลา น้ำปลาร้าต้ม น้ำมะนาว ต้นหอมซอย หอมแดงซอย ผักชีฝรั่งซอย ตำเบา ๆ เวลารับประทานโรยด้วยใบสะระแหน่
ต้มยำไก่บ้าน
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ใช้ไก่บ้านสับเป็นชิ้นพอประมาณ ต้มโดยใส่ใบมะกรูด ตะไคร้ ข่า หอมแดง และเกลือ เคี่ยวจนเนื้อไก่นุ่ม ใส่มะเขือเทศ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก เวลารับประทานโรยต้นหอม ผักชี (ตะไคร้ ข่า หอมแดง ควรนำไปย่างไฟก่อน จะทำให้หอมยิ่งขึ้น)
ต้มเปรอะ (แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง)
23 มกราคม พ.ศ. 2556
เป็นอาหารที่ทำได้ง่ายในฤดูฝน เพราะหน่อไม้และใบย่านางหาได้ง่าย โดยนำหน่อไม้สดสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มน้ำทิ้ง แล้วนำไปต้มกับน้ำใบย่านาง ใส่ตะไคร้ทุบ และพริกที่โขลกกับหอมแดง ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำปลาก่อนยกลงใส่ใบแมงลัก อาจเพิ่มเห็ด ยอดชะอม ฟักทอง
แกงอ่อมไก่
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ใช้เนื้อไก่สับเป็นชิ้นพอประมาณ ใส่เครื่องแกงอ่อม (พริก กระเทียม) ตั้งไฟ ใส่ผักต่าง ๆ เช่น ฟักทอง มะเขือ ฯลฯ ปรุงรสด้วยผักที่มีกลิ่นหอม เช่น ผักชีลาว
แกงอ่อมหมูใส่ฟักทอง
23 มกราคม พ.ศ. 2556
วิธีทำเช่นเดียวกับอ่อมไก่ เพียงแต่เปลี่ยนเป็นเนื้อหมู หั่นเป็นชิ้นพอคำ การคั่วเนื้อหมูก่อน จะทำให้แกงมีรสหอม และไม่มีกลิ่นคาว
น้ำพริกปลาร้า
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ถือว่าเป็นอาหารหลักของชาวอีสาน ใช้รับประทานกับผักสด หรือผักลวกก็ได้ ให้นำพริกชี้ฟ้า หอมแดง กระเทียม ไปย่างไฟก่อน และใช้ปลาช่อนต้มกับน้ำปลาร้า พอสุก แกะเนื้อปลาไว้ ส่วนน้ำปลาร้านำไปใส่ในเครื่องที่โขลก แล้วปรุงรส
ก้อยเนื้อ
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ใช้ข่าอ่อนหั่นละเอียด ผสมลงไปในเนื้อวัวสับละเอียด เพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นบีบมะนาวคลุกเคล้า แล้วบีบน้ำออก นำน้ำไปตั้งไฟพอเดือด ใส่เนื้อลงไปรวนให้สุก ปรุงรส
แกงขนุนอ่อน (ภาคอีสาน)
23 มกราคม พ.ศ. 2556
ใช้ขนุนอ่อน ต้มพอสุก นำซี่โครงหมูคลุกกับพริกสดโขลกกับข้าวเบือพอแหลก ใส่น้ำใบย่านาง น้ำปลาร้า น้ำปลา เกลือ ตั้งไฟพอเดือด ใส่ขนุน บวบ ชะอม ใบแมงลัก
นึ่งปลาช่อน
23 มกราคม พ.ศ. 2556
นึ่งปลาช่อน ต่างกับนึ่งไก่ ตรงที่ใช้ใบแมงลักรองก้นรังถึง แล้ววางปลาที่หมักไว้ จากนั้นนำไปนึ่งให้สุก เพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นใส่ผัก นึ่งต่อ รับประทานกับน้ำจิ้ม
ข้าวปุ้นน้ำยาปลาร้า
23 มกราคม พ.ศ. 2556
คล้ายน้ำยาป่าของภาคกลาง ทำง่าย รสชาติเค็ม เผ็ด มีรสหวานจากกระเทียมดอง อาจบุบพริกสดใส่ลงไปในน้ำยาก็ได้
ข้าวปุ้นน้ำยาลาว
23 มกราคม พ.ศ. 2556
น้ำยาลาว เป็นน้ำยาที่ใช้ปลาทำ คล้ายน้ำยาป่าของภาคกลาง เพียงแต่ใช้น้ำปลาร้าปรุงรส
อาหารพื้นบ้านภาคใต้
อาหารพื้นบ้านภาคใต้
อาหารพื้นบ้านภาคใต้มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ สืบเนื่องจากดินแดนภาคใต้เคยเป็นศูนย์กลางการเดินเรือค้าขายของพ่อค้าจากอินเดีย จีนและชวาในอดีต ทำให้วัฒนธรรมของชาวต่างชาติโดยเฉพาะอินเดียใต้ ซึ่งเป็นต้นตำรับในการใช้เครื่องเทศปรุงอาหารได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก
อาหารพื้นบ้านภาคใต้ทั่วไป มีลักษณะผสมผสานระหว่างอาหารไทยพื้นบ้านกับอาหารอินเดียใต้ เช่น น้ำบูดู ซึ่งได้มาจากการหมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลือ และมีความคล้ายคลึงกับอาหารมาเลเซีย อาหารของภาคใต้จึงมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่น ๆ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์อยู่ติดทะเลทั้งสองด้านมีอาหารทะเลอุดมสมบูรณ์ แต่สภาพอากาศร้อนชื้น ฝนตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้มจึงมีรสจัด ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันการเจ็บป่วยได้อีกด้วย
เนื้อสัตว์ที่นำมาปรุงเป็นอาหารส่วนมากนิยมสัตว์ทะเล เช่น ปลากระบอก ปลาทู ปูทะเล กุ้ง หอย ซึ่งหาได้ในท้องถิ่น อาหารพื้นบ้านของภาคใต้ เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา นิยมใส่ขมิ้นปรุงอาหารเพื่อแก้รสคาว เครื่องจิ้มคือน้ำบูดู
อาหารของภาคใต้จะมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่นๆ แกงที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ คือ แกงเหลือง แกงไตปลา เครื่องจิ้มก็คือ น้ำบูดู และชาวใต้ยังนิยมนำน้ำบูดูมาคลุกข้าวเรียกว่า "ข้าวยำ" มีรสเค็มนำและมีผักสดหลายชนิดประกอบ อาหารทะเลสดของภาคใต้มีมากมาย ได้แก่ ปลาหอยนางรม และกุ้งมังกร เป็นต้น
อาหารไทยภาคใต้
อาหารของภาคใต้จะมีรสเผ็ดมากกว่าภาคอื่นๆ แกงที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ คือ แกงเหลือง แกงไตปลา เครื่องจิ้มก็คือ น้ำบูดู และชาวใต้ยังนิยมนำน้ำบูดูมาคลุกข้าวเรียกว่า "ข้าวยำ" มีรสเค็มนำและมีผักสดหลายชนิดประกอบ อาหารทะเลสดของภาคใต้มีมากมาย ได้แก่ ปลาหอยนางรม และกุ้งมังกร เป็นต้น
เม็ดเหรียง เป็นคำเรียกของคนภาคใต้ มีลักษณะคล้ายถั่วงอกหัวโต แต่หัวและหางใหญ่กว่ามาก สีเขียว เวลาจะรับประทานต้องแกะเปลือกซึ่งเป็นสีดำออกก่อน จะนำไปรับประทานสดๆ หรือนำไปผัดกับเนื้อสัตว์ หรือนำไปดองรับประทานกับแกงต่างๆ หรือกับน้ำพริกกะปิ หรือ กับหลนก็ได้
ลูกเนียง มีลักษณะกลม เปลือกแข็งสีเขียวคล้ำเกือบดำ ต้องแกะเปลือกนอก แล้วรับประทานเนื้อใน ซึ่งมีเปลือกอ่อนหุ้มอยู่ เปลือกอ่อนนี้จะลอกออกหรือไม่ลอกก็ได้แล้วแต่ความชอบ ใช้รับประทานสดๆ กับน้ำพริกกะปิ หลนแกงเผ็ด โดยเฉพาะแกงไตปลา ลูกเนียงที่แก่จัดใช้ทำเป็นของหวานได้ โดยนำไปต้มให้สุกแล้วใส่มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย และน้ำตาลทรายคลุกให้เข้ากัน
อาหารพื้นบ้านภาคใต้ที่มีชื่อเสียง
แกงไตปลาน้ำข้น
ชีวิตของคนภาคใต้เกี่ยวข้องกับท้องทะเล อาหารการกินส่วนใหญ่มาจากทะเล ซึงถ้ามีมากเกินรับประทานก็จะนำอาหารที่ได้จากทะเลนั้นมาทำการถนอมอาหาร
ไตปลา หรือพุงปลาได้จากการนำพุงปลาทูมารีดเอาไส้ในออก ล้างพุงปลาให้สะอาดแล้วใส่เกลือหมักไว้ประมาณ 1 เดือนขึ้นไป หลังจากนั้นจึงจะนำมาปรุงอาหารได้
แกงไตปลามีรสจัด จึงต้องรับประทานร่วมกับผักหลาย ๆ ชนิดควบคู่กันไปด้วย เพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อนลง ซึ่งคนภาคใต้เรียกว่า ผักเหนาะ ผักเหนาะของภาคใต้มีหลายอย่าง เช่น สะตอ ลูกเนียง ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักบางอย่างก็เป็นผักชนิดเดียวกับภาคกลาง เช่น ถั่วพู ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ แตงกวา หน่อไม้
ไตปลา หรือพุงปลาได้จากการนำพุงปลาทูมารีดเอาไส้ในออก ล้างพุงปลาให้สะอาดแล้วใส่เกลือหมักไว้ประมาณ 1 เดือนขึ้นไป หลังจากนั้นจึงจะนำมาปรุงอาหารได้
แกงไตปลามีรสจัด จึงต้องรับประทานร่วมกับผักหลาย ๆ ชนิดควบคู่กันไปด้วย เพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อนลง ซึ่งคนภาคใต้เรียกว่า ผักเหนาะ ผักเหนาะของภาคใต้มีหลายอย่าง เช่น สะตอ ลูกเนียง ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักบางอย่างก็เป็นผักชนิดเดียวกับภาคกลาง เช่น ถั่วพู ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ แตงกวา หน่อไม้
แกงส้มออกดิบ มีส่วนประกอบของเครื่องปรุงส่วนใหญ่ออกไปทางรสเผ็ดร้อน เปรี้ยว สรรพคุณช่วยในการขับลม ช่วยให้เจริญอาหาร มะนาวและส้มแขกมีรสเปรี้ยว สรรพคุณช่วยแก้ไอ ขับเสมหะและมีวิตามินซีสูง
เหรียง เป็นผักพื้นบ้านของภาคใต้ เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นสูงใหญ่ ชาวใต้นิยมนำเมล็ดเหรียงมาเป็นอาหาร โดยจะนำเมล็ดมาเพาะให้แตกรากสั้น ๆ คล้ายถั่งงอก แต่หัวจะโตกว่าถั่วงอก มีสีเขียว เรียกว่าลูกเหรียง มีรสมัน กลิ่นฉุน นำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด ทั้งเป็นผักสดรับประทานกับน้ำพริก นำมาดองหรือแกงเป็นอาหาร
ข้าวยำ
ข้าวยำปักษ์ใต้ เป็นอาหารที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยลิ้มลองกันมาบ้างแล้ว เพราะเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของชาวใต้จนดูเหมือนจะกลายเป็นสัญลักษณ์อาหารปักษ์ใต้อีกเมนูหนึ่ง
ข้าวยำของชาวใต้ จะอร่อยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับน้ำบูดูเป็นสำคัญ น้ำบูดูมีรสเค็ม แหล่งที่มีการทำน้ำบูดูมากคือจังหวัดยะลาและปัตตานี เวลานำมาใส่ข้าวยำต้องเอาน้ำบูดูมาปรุงรสก่อน จะออกรสหวานเล็กน้อยแล้วแต่ความชอบ น้ำบูดูของชาวใต้มีกลิ่นคาวของปลาเพราะทำมาจากปลา กลิ่นคล้ายของทางภาคอีสาน แต่กลิ่นน้ำบูดูจะรุนแรงน้อยกว่าเนื่องจากน้ำบูดูมีรสเค็ม ชาวใต้จึงนำมาใส่อาหารแทนน้ำปลา
ข้าวยำปักษ์ใต้ที่ปรุงสำเร็จแล้วจะออกรสหลายรสด้วยกัน ได้แก่ รสมันของมะพร้าวรสเปรี้ยวจากมะม่วงดิบและน้ำมะนาว รสเค็มหวานจากน้ำบูดู รสเผ็ดของพริกป่น เรียกว่าเป็นอาหารที่บำรุงธาตุก็ไม่ผิดนัก
น้ำพริกระกำ
น้ำพริกระกำนับเป็นอาหารที่นิยมอย่างหนึ่งในช่วงฤดูร้อน ขณะที่มะนาวขาดแคลน ระกำซึ่งเป็นผลไม้พื้นเมืองก็ออกผล คนใต้จึงนิยมประยุกต์ใช้รสเปรี้ยวจากระกำแทนมะนาว นำมาทำน้ำพริกรับประทานกับผักต่าง ๆ น้ำพริกระกำจะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนอกจากจะมีรสชาติเปรี้ยวเค็มหวานอย่างกลมกล่อมแล้ว ยังมีกลิ่นหอมของระกำเจืออยู่ด้วย คนใต้นิยมรับประทานคู่กับลูกเนียงซึ่งมีกลิ่นฉุน เมื่อรับประทานคู่กันยิ่งทำให้เพิ่มรสชาติในการรับประทานยิ่งขึ้น นับเป็นของคู่กันเลยทีเดียว
น้ำพริกระกำ เป็นน้ำพริกที่เพิ่มรสชาติของผักเหนาะให้รับประทานได้มากยิ่งขึ้น การรับประทานผักมาก ๆ และหลายชนิด ช่วยให้ร่างกายได้คุณค่าทางอาหารรวมตลอดถึงวิตามินครบถ้วน
ไก่ต้มขมิ้น
ไก่ต้มขมิ้น เป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยวนำ เหมาะสำหรับคนธาตุน้ำ เป็นหวัดเรื้อรัง รับประทานเผ็ด ๆ แก้ไอ ขับเสมหะ เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
ลูกปลาคั่วเกลือ

เนื่อง จากชีวิตของคนภาคใต้ผูกพันอยู่กับทะเล เมื่ออกทะเลหาอาหารมาได้มากเกินกว่าจะรับประทานให้หมดในหนึ่งมื้อ คนภาคใต้จึงนำอาหารที่ได้จากทะเลมาทำการถนอมอาหารโดยการหมักกับเกลือ หรือตากแห้งเพื่อเก็บไว้รับประทานได้นาน ๆ
ลูกปลาคั่วเกลือเป็นอาหารปลาประเภทหนึ่งที่นิยมรับประทานกันโดยใช้ลูกปลาเล็กปลาน้อยที่หาได้จากทะเล นำมาผสมเครื่องปรุงและคั่วเกลือจนแห้ง ลูกปลาที่นิยมนำมาคั่วคือลูกปลากะตักหรือลูกปลาไส้ตัน
ลูกปลาคั่วเกลือ เป็นอาหารที่ให้แคลเซียมสูงมาก จากปลาเล็กปลาน้อยผสมรวมกับเครื่องปรุงก็จะช่วยเพิ่มรสชาติ กระตุ้นให้เจริญอาหารได้ดี
น้ำพริกมะม่วงเบา
ปลากระบอกต้มส้ม
ไก่กอแหละ
เรื่องในหมวดหมู่: อาหารภาคกลาง
Advertisment
เรื่องในหมวดหมู่: อาหารภาคกลาง
กันยายน 20, 2015 ไม่มีความเห็น
สูตรวิธีทำผัดกระเพราหมู
พฤษภาคม 26, 2015 ไม่มีความเห็น
สูตรวิธีทำ ไข่เจียวฟู
พฤษภาคม 20, 2015 ไม่มีความเห็น
สูตรวิธีทำผัดแขนงหมูกรอบ
กรกฎาคม 12, 2014 ไม่มีความเห็น
สูตรวิธีทำแกงกะหรี่ไก่
กรกฎาคม 10, 2014 1 ความเห็น
สูตรวิธีทำต้มยำไก่น้ำข้น
กรกฎาคม 9, 2014 ไม่มีความเห็น
สูตรวิธีทำต้มยำปลาเก๋าน้ำข้น
พฤษภาคม 31, 2014 ไม่มีความเห็น
สูตรหอยลายผัดน้ำพริกเผา
มีนาคม 26, 2014 ไม่มีความเห็น
สูตรแกงจืดเต้าหู้หมูสับ
แกงจืดเต้าหู้หมูสับ เมนูอาหารภาคกลาง เมนูอร่อยๆ รสชาติกลมกล่อมที่เด็กๆ…
กุมภาพันธ์ 7, 2014 1 ความเห็น
สูตรวิธีทำไข่พะโล้หมูสามชั้น
มกราคม 20, 2014 ไม่มีความเห็น
สูตรวิธีทำหมูหวาน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)